Softbox ประเภท Parabolic (โดมทรงกลม) กับ Lantern (โดมซาลาเปา) ต่างกันยังไง ? ควรใช้แบบไหน ?

สงสัยกันไหมว่าโดม (Softbox) ที่ใช้ในสตูดิโอประเภท Parabolic (โดมทรงกลม) กับ Lantern (โดมซาลาเปา) ต่างกันยังไง? ควรใช้แบบไหนถึงจะได้แสงที่ดีที่สุด !!

1. Lantern softbox (โดมซาลาเปา) ให้แสงที่นุ่มนวล ให้ความสว่างได้ทั่วทั้งห้อง

Lantern softbox หรือโดมซาลาเปา คุณสมบัติของโดมให้แสงที่นุ่มนวล และให้ความสว่างทั่วทั้งห้อง การจะให้ได้แสงที่ดีนั้น จะต้องใช้งานกับไฟสตูดิโอที่ให้กำลังไฟสูง เนื่องจากโดมมีขนาดกว้างแสงจะกระจายไปรอบๆได้ไม่ทั่วถึง หากกำลังไฟต่ำ อาจจะทำให้แสงไม่เพียงพอ ดังนั้นโดมซาลาเปาจะใช้งานได้ดีกับไฟสตูดิโอที่มีกำลังไฟสูง

2. เหมาะกับงาน บิวตี้ไลฟ์ ไลฟ์ขายของขายเสื้อผ้า ถ่ายสัมภาษณ์ ฯลฯ

การใช้งานของ Lantern softbox (โดมซาลาเปา) คือ ปรับเฉียงลงมาด้านข้าง 45 องศา เปิดไฟให้เบาที่สุดและใกล้ที่สุด ก็จะได้แสงที่สว่างทั้งหมดเพื่อเห็นรายละเอียดพิธีกรและฉากหลังได้อย่างทั่วถึง นิยมใช้ในงาน บิวตี้ไลฟ์ ไลฟ์ขายของขายเสื้อผ้า รายการทีวี ถ่ายสัมภาษณ์

3. Parabolic (โดมทรงกลม) ให้แสงสว่างเฉพาะจุดได้ดี เน้นเรื่องของอารมณ์

หากต้องการควบคุมทิศทางของแสงให้เฉพาะจุดมากยิ่งขึ้น เหมาะอย่างยิ่งใช้งาน Parabolic หรือโดมทรงกลม ที่ให้ความสว่างเฉพาะจุดได้ดี เน้นเรื่องของอารมณ์ เล่นแสงและเงาบนใบหน้า

4. เหมาะกับการถ่ายภาพบุคคลสัมภาษณ์และแฟชั่น

โดมทรงเหมือนฝักบัว เน้นให้มีความตัดกันของแสง แบบในหนังลึกลับ เช่น ใบหน้าของพิธีกรสว่างเฉพาะจุด แล้วเล่นเงาอีกฝั่ง ให้ใบหน้าดูมีมิติ โดยให้ฉากหลังมืด ทำให้ดูลึกลับ น่าค้นหา

ถ้ารู้สึกว่าแสงยังสว่างมากเกินไป ก็สามารถใส่อุปกรณ์เสริมที่มีมาให้อย่างกริดตาราง เพื่อควบคุมการรั่วไหลของแสง ไม่ให้กระทบกับฉากหลังมากเกินไป เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการถ่ายภาพบุคคลสัมภาษณ์และแฟชั่น

สมัครรับโปรโมชั่น

เพิ่มเพื่อน LINE@ เพื่อรับข่าวสารการเปิดตัวสินค้าและโปรโมชั่น

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น